เรียนรู้กว้างไกล เรียนทางไกลกับ ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนภาคกลาง   
-
| HOME | รายวิชาที่เปิดสอน | วิธีเรียน | WEB BOARD | บอกเพื่อน |
-

ตอนที่ 2

การเลือกใช้วัสดุที่ทำบรรจุภัณฑ์ ให้เหมาะกับสินค้า

 

แนวคิด

 

                                การที่จะเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ให้เหมาะสมกับสินค้านั้น ผู้เลือกใช้บรรจุภัณฑ์จะต้องรู้จักชนิดของวัสดุที่ใช้ทำบรรจุภัณฑ์เสียก่อนว่ามีคุณสมบัติทางกายภาพ และคุณสมบัติทางเคมีเป็นอย่างไรจึงจะเลือกใช้ได้อย่างถูกต้อง

 

จุดประสงค์

 

                      ผู้เรียนสามารถอธิบายการเลือกใช้วัสดุบรรจุภัณฑ์ให้เหมาะสมกับสินค้าได้

                     

ขอบข่ายเนื้อหา

 

                      1. ชนิดของวัสดุที่ใช้ทำบรรจุภัณฑ์    

                      2. การเลือกใช้วัสดุบรรจุภัณฑ์ให้เหมาะสมกับสินค้า

 

 

เรื่องที่ 1

ชนิดของวัสดุที่ใช้ทำบรรจุภัณฑ์

                   วัสดุที่ใช้ในการผลิตบรรจุภัณฑ์ที่นิยมใช้  มี 5 ประเภท คือ               

1. เยื่อ  และกระดาษ

              นับได้ว่าเยื่อและกระดาษนำมาใช้ทำบรรจุภัณฑ์มากที่สุด  และมีแนวโน้มใช้มากยิ่งขึ้น สืบเนื่องจากการรณรงค์ในเรื่องของสิ่งแวดล้อมและกระดาษที่ใช้แล้ว สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ง่าย (Recycle) กระดาษเป็นวัสดุบรรจุภัณฑ์ประเภทเดียวที่สามารถสร้างขึ้นมาใหม่ได้จากการปลูกป่าทดแทน กระดาษที่ใช้ในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์มีหลายประเภทและสามารถพิมพ์ตกแต่งได้ง่ายและสวยงาม ทั้งสามารถเคลือบ หรือประกบติดกับวัสดุชนิดอื่นได้ดี นอกจากนี้ยังสะดวกต่อการขนส่งจากผู้ผลิตไปยังผู้ใช้เนื่องจากพับได้ ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการขนส่ง ตัวอย่างบรรจุภัณฑ์จากเยื่อ และกระดาษได้แก่ กล่องกระดาษแข็ง กล่องกระดาษลูกฟูก ถุงกระดาษ เป็นต้น

 

ภาชนะบรรจุภัณฑ์ทำด้วยกระดาษ

ภาพที่ 2.1  ภาชนะบรรจุภัณฑ์ทำด้วยกระดาษ

 

ภาชนะบรรจุภัณฑ์ทำด้วยกระดาษ มีดังนี้

1.      ถุงกระดาษ มี 2 ประเภท

1.1  ใช้กระดาษที่ใช้แล้วได้แก่กระดาษหนังสือพิมพ์มาพับเป็นถุงใช้ทั่วไป เมื่อใช้บรรจุอาหารหมึกพิมพ์มีโอกาสปนเปื้อนกับอาหารได้ง่าย

1.2   ถุงกระดาษสีน้ำตาล ทำจากกระดาษเหนียว( Kraft Paper) ผลิตเป็นอุตสาหกรรมมีหลายชนิดเช่นถุงปูนมีหลายชั้น   หรือซองสีน้ำตาบรรจุเอกสารเป็นต้น กระดาษประเภทนี้ถ้าไม่ผ่านการฟอกจะเป็นสีน้ำตาล ถ้าฟอกจะเป็นสีขาว

2.      กล่องกระดาษแข็ง

2.1  กระดาษไม่เคลือบ

2.2  กระดาษเคลือบ

3.      กล่องกระดาษลูกฟูก

กล่องกระดาษลูกฟูกเป็นกล่องที่สามารถออกแบบ ให้มีรูปทรงให้เหมาะกับตัวสินค้าได้ง่าย การจัดเก็บ และการขนส่งก็สะดวกสบายเพราะสามารถพับเก็บได้ มีสินค้าหลายชนิดนิยมใช้กล่องประเภทนี้เช่น ลังเบียร์ ลังผลไม้  เป็นต้น                 

2.  พลาสติก

 

                       ภาพที่ 2.2  ภาชนะบรรจุภัณฑ์ทำด้วยพลาสติก

 

                    พลาสติกเป็นวัสดุที่มีอัตราการเจริญเติบโตสูงมาก คุณประโยชน์ของพลาสติก  คือ มีน้ำหนักเบาป้องกันการซึมผ่านของอากาศ และก๊าซได้ระดับหนึ่งสามารถต่อต้านการทำลายของแบคทีเรียและเชื้อรา คุณสมบัติหลายอย่างที่สามารถเลือกใช้งานที่เหมาะสม พลาสติกบางชนิดยังเป็นฉนวนกันความร้อนอีกด้วย ตัวอย่างบรรจุภัณฑ์จากพลาสติกได้แก่ ฟิล์มพลาสติกรัดรูป ขวด ถาด กล่อง และโฟม ภาชนะบรรจุภัณฑ์ที่ทำด้วยพลาสติก    

พลาสติกเป็นสารสังเคราะห์จำพวกโพลิเมอร์  มีหลายชนิดและมีคุณสมบัติที่  แตกต่างกันออกไป เช่นกันการซึมของน้ำ อากาศ ไขมัน ทนต่อความเย็น และความร้อน ทนต่อกรด หรือด่าง ไม่เป็นตัวนำไฟฟ้า และความร้อน มีลักษณะอ่อนและแข็ง และมีหลายรูปทรง

พลาสติกแบ่งตามรูปแบบได้ 2 ประเภทคือ

        1. ฟิล์มพลาสติก คือพลาสติกที่เป็นแผ่นบางๆ ใช้ห่อ หรือทำถุง เช่น

          1.1 ถุงเย็น ทำมาจากพลาสติกชนิด พอลลิเอทีลีน(PE) ชนิดความหนาแน่นต่ำ(LDPE)  ใช้บรรจุของเย็นสามารถบรรจุอาหารแช่แข็งได้

          1.2 ถุงร้อน ทำมาจากพลาสติกชนิด พอลลิพอพิลีน(PP) มีลักษณะใสมากหรือ พอลลิเอทีลีน(PE) ชนิดความหนาแน่นสูง(HDPE)  ก็ได้

         1.3 ถุงหูหิ้ว ทำมาจากพลาสติกชนิด พอลลิเอทีลีน(PE) ชนิดความหนาแน่นต่ำ(LDPE) และเป็นพลาสติกที่ใช้แล้วนำมาหลอมใช้ใหม่

           1.4  ถุงซิป เป็นถุงที่มีปากถุงล็อคได้ทำมาจากพลาสติกชนิด พอลลิเอทีลีน

(PE) ชนิดความหนาแน่นต่ำ(LDPE)

            1.5 ถุงพลาสติกหลายชั้นประกบติดกัน บางครั้งเป็นพลาสติกชนิดต่างๆ บางครั้งเป็นพลาสติกกับแผ่นอลูมิเนียม เรียกว่า ลามิเนท (Laminate) ใช้บรรจุอาหารที่สามารถอุ่นด้วยการนำถุงลงต้มในน้ำเดือดได้ ถุงที่สามารถป้องกันไม่ให้อากาศเข้าได้เลย ถุงที่สามารถกันชื้น กันไขมันและกันแสงได้ เป็นต้น

           1.6 พลาสติกหดรัดรูป(Shrink Film) ฟิล์มชนิดนี้ จะหดตัวเมื่อได้รับความร้อน ตัวอย่างเช่นพลาสติกหุ้มห่อกล่องนมที่แพคขายคราวละ 6 กล่องเป็นต้น หรือฉลากที่ใช้ระบบการพิมพ์ลงบนฟิล์มชนิดนี้ เช่น ฉลากของขวดโค๊ก  เป็นต้น

 

ภาพที่ 2.3  ลักษณะพลาสติกชนิดหดตัวรัดรูป

 

      2. ภาชนะพลาสติก

                    2.1   ขวดพลาสติก

                             2.1.1  ขวดทำจากพอลลิไวนิลคลอไรด์(PVC) ใช้บรรจุน้ำมัน น้ำผลไม้

                             2.1.2   ขวดทำจากพอลลิเอทีลีน ( PE ) ชนิดความหนาแน่นสูงใช้บรรจุนม น้ำดื่ม ยา สารเคมี ผงซักฟอก เครื่องสำอาง

                              2.1.3  ขวดทำจากพอลลิเอสเธอร์  (PET) ใช้บรรจุน้ำอัดลม เบียร์

                    2.2    ถ้วยพลาสติก ถัวยไอศรีม ถ้วยสังขยา

                   2.3 ถาดและกล่องพลาสติกแบบมีฝาและไม่มีฝา นิยมใช้บรรจุอาหารสำเร็จรูปและกึ่งสำเร็จ

              2.4 สกีนแพค (skin pack) และบริสเตอร์แพค(blister pack)เป็นภาชนะพลาสติกที่ทำจากแผ่นพลาสติก ที่ขึ้นรูปด้วยความร้อนแล้วนำมาประกบหรือประกอบกระดาษแข็ง  ซึ่งแผ่นพลาสติกดังกล่าวทำมาจากพอลลิไวนิลคลอไรด์ (PVC) ตัวอย่างเช่นเครื่องเขียน แปรงสีฟันเป็นต้น

 

ภาพที่ 2.4  พลาสติกชนิดสกีนแพค ( skin pack)

 

 

 

ภาพที่ 2.5  พลาสติกชนิดบริสเตอร์แพค ( brister pack)

 

3.      แก้ว     

 

 

ภาพที่ 2.6  ภาชนะบรรจุภัณฑ์ทำด้วยแก้ว

                   

                    นับเป็นวัสดุบรรจุภัณฑ์ที่มีความเฉื่อยต่อการทำปฏิกิริยา กับสารเคมีชีวภาพเมื่อเทียบกับวัสดุบรรจุภัณฑ์ชนิดอื่นๆ และยังรักษาคุณภาพภายในได้ดีมาก ข้อดีของแก้วคือ ความใสและทำเป็นสีต่าง ๆ ได้สามารถทนแรงกดได้สูง  แต่เปราะแตกง่ายในกระบวนการบรรจุสามารถบรรจุได้ด้วยความเร็วสูงในด้านสิ่งแวดล้อม แก้วสามารถนำกลับมาใช้ได้หลายครั้ง    อาจจะถึง 100 ครั้งและสามารถนำมาหลอมใช้ใหม่ได้ง่าย (Recycle) สิ่งที่พึงระวังในเรื่องการบรรจุคือ ฝาขวดแก้วจะต้องเลือกใช้ฝาที่ได้ขนาดและต้องสามารถปิดได้สนิทแน่น        เพื่อช่วยรักษาคุณภาพและยืดอายุของสินค้า     ตัวอย่าง

บรรจุภัณฑ์จากแก้วได้แก่ ขวดแก้ว โหลแก้ว

ภาชนะบรรจุที่ทำด้วยแก้ว

1.      ขวดปากแคบ ใช้บรรจุอาหารชนิดที่เป็นของเหลว ได้แก่ เครื่องดื่ม และเครื่องปรุงรสที่เป็นน้ำต่าง +

2. ขวดปากกว้าง ใช้บรรจุอาหารชนิดที่เป็นชิ้น และอาหารแห้ง

 

4. โลหะ                                                              

 

ภาพที่ 2.7  ภาชนะบรรจุภัณฑ์ทำด้วยโลหะ

 

โลหะที่ใช้ทำบรรจุภัณฑ์ มี  2  ชนิด คือ

                        4.1 เหล็กเคลือบดีบุก  เป็นบรรจุภัณฑ์ที่แข็งแรง   ป้องกันอันตรายจากสิ่งแวดล้อม  และสภาวะอากาศ การลงทุนในการผลิตไม่สูงนักและไม่ซับซ้อนสามารถบรรจุอาหารได้ดีเนื่องจากสามารถปิดผนึกได้สนิทและฆ่าเชื้อได้ด้วยความร้อน ในแง่ของสิ่งแวดล้อมสามารถแยกออกจากขยะได้ง่ายโดยใช้แม่เหล็ก

                       4.2 อลูมิเนียม มักใช้ในรูปอลูมิเนียมเปลว    หรือกระป๋องมีน้ำหนักเบาเมื่อเทียบกับความแข็งแรง ทนต่อการซึมผ่านของอากาศ ก๊าซ แสง และกลิ่นรสได้ดีเยี่ยม ในรูปของอลูมิเนียมเปลวมักใช้ควบกับวัสดุอื่นซึ่งให้ภาพลักษณ์ที่ดีเนื่องจากความเงาวับของอลูมิเนียม

                     ตัวอย่างบรรจุภัณฑ์จากโลหะได้แก่ กระป๋อง  ปี๊บ  ถัง  และแผ่นเปลว อลูมิเนียม

5.ไม้

 

 

ภาพที่ 2.8  ภาชนะบรรจุภัณฑ์ทำด้วยไม้

 

                    เป็นวัสดุที่ใช้ทำบรรจุภัณฑ์ที่น้อยมาก เพราะเกิดการรณรงค์เรื่องตัดไม้ทำลายป่าและนับวันจะมีการใช้น้อยลงมากเพราะสามารถหาสิ่งอื่นมาทดแทนไม้ได้ แต่ที่พบเห็นอยู่บ้างได้แก่ ลังไม้ เข่ง ตะกร้า เป็นต้น

ภาชนะบรรจุภัณฑ์ทำด้วยไม้

1. ไม้ไผ่  เป็นวัสดุที่หาได้ง่าย ส่วนใหญ่ทำเป็นบรรจุภัณฑ์เพื่อการขนส่ง  ได้แก่   เข่ง ตะกร้า ซึ่งมีข้อเสียคือรับแรงกดทับได้ไม่มาก ทำให้ลิตภัณฑ์ที่บรรจุอยู่ภายในเกิดความเสียหายได้ง่าย เช่นผักผลไม้ ผลิตภัณฑ์เรามิกที่แตกหักง่าย เป็นต้น

2.ไม้เบญจพรรณในปัจจุบันหาค่อนข้างยากแต่ก็ยังมีอยู่บ้างดังนั้นบรรจุภัณฑ์  ประเภทนี้พอมีให้เห็นบ้าง ได้แก่ ลัง กระบะ โครงไม้บรรจุเครื่องจักร เป็นต้น

 

      กิจกรรมที่ 2.1

                  ให้นักศึกษาเติมข้อความในช่องว่างให้สมบูรณ์

                    1.1  วัสดุที่ใช้ทำบรรจุภัณฑ์มี.............................ชนิด

                    1.1 ถุงชนิด...........................ที่สามารถนำมาใช้บรรจุผลิตภัณฑ์อาหารแช่แข็งได้

                    1.3 วัสดุที่ใช้ทำบรรจุภัณฑ์ชนิด...............................เป็นวัสดุที่นิยมใช้น้อยที่สุด  เนื่องจาก.......................................

                    1.4. วัสดุบรรจุภัณฑ์ประเภท............................สามารถถนอมอาหารได้ดีแต่มีข้อเสีย  คือ...................................

                    1.5. สมมุติว่าผู้เรียนมีผลิตภัณฑ์น้ำพริกตาแดงและต้องการใช้บรรจุภัณฑ์   ผู้เรียนจะเลือกใช้วัสดุบรรจุภัณฑ์ชนิด....................................…..เนื่องจาก...............................................

 

เรื่องที่ 2

การเลือกใช้วัสดุบรรจุภัณฑ์ให้เหมาะสมกับสินค้า

                     ลักษณะของบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมกับสินค้านั้น  จะต้องศึกษาถึงลักษณะของสินค้า ที่จะบรรจุลงในบรรจุภัณฑ์  ว่ามีลักษณะเป็น น้ำ  ครีม ผง  เม็ด ก้อน แผ่นบางกรอบ ก๊าซ หรือลักษณะอื่น ๆ  ถ้าจะให้อยู่ในสภาพที่พึงประสงค์นั้นต้องมีอะไรบ้าง ที่เป็นสิ่งช่วยให้สินค้าสามารถอยู่ในสภาพที่ต้องการได้โดยไม่แตกหักเสียหาย  และเน่าเสียก่อนเวลาที่กำหนดไว้  ซึ่งโดยสภาพแล้วจะมีความเสียหายซึ่งเกิดกับผลิตภัณฑ์ได้ 2 ลักษณะคือ

                          1. ความเสียหายทางกายภาพ ได้แก่ ความเสียหายที่เกิดจากการชำรุดแตก การยุบตัวซึ่งเกิดขึ้นได้จากการขนส่งเคลื่อนย้าย การเก็บรักษา และการจำหน่ายสินค้านั้น เช่น การแตกหักที่เกิดจากแรงกระแทกในระหว่างขนส่งด้วยพาหนะประเภท รถไฟ รถยนต์ เรือ และเครื่องบิน แรงกระแทกนี้เรียกว่าแรงกระแทกในแนวราบ  การชนกันหรือการตกกระทบกันในแนวดิ่ง เกิดจากการโยน การยกผลิตภัณฑ์ และการตกลงสู่พื้นดินการยุบตัวเนื่องจากการวางซ้อน การค้ำยัน การยกที่ไม่เหมาะสม จะเกิดแรงกดดัน การแตกหักเสียหายที่เกิดจากการกระทำของ คน สัตว์ และแมลง การฉีกขาดของบรรจุภัณฑ์ในการใช้ขอดึง และการใช้รถขณะเคลื่อนย้าย กาเปียกน้ำหรือน้ำมันเพราะบรรจุภัณฑ์ไม่สามารถป้องกันได้

                          2. ความเสียหายทางเคมี   เป็นการเสียหายที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางด้านปฏิกิริยาเคมีโดยเฉพาะสินค้าที่เป็นอาหารใช้บรรจุภัณฑ์ที่ไม่เหมาะสม จะทำให้อาหารบูดเน่าเสียหายเกิดเชื้อรา เกิดกลิ่นเหม็น-หืน เกิดการเปลี่ยนแปลงของสี ความกรอบ ตลอดจนรสชาติของอาหารด้วย เช่น อาหารกระป๋องบูดเน่าเสีย สาเหตุเกิดจากเชื้อรา การเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ และแบคทีเรียมีกลิ่นเหม็นหืนในอาหารที่เป็นน้ำมัน ขนมปังขึ้นรา ทุเรียนทอดไม่กรอบ อาหารสดประเภทผักผลไม้จะเกิดการเหี่ยวแห้งเพราะสูญเสียน้ำบางส่วนจะเปลี่ยนสีเปลี่ยนรสและเกิดการเน่าเสีย แสงแดด แสงสว่าง ความร้อน สภาพของอากาศมีปฏิกิริยาเคมีต่อการเปลี่ยนแปลงของสินค้าประเภทยารักษาโรค สีของอาหารเปลี่ยนซึ่งเป็นเพียงสีซีดเท่านั้น แต่ดูแล้วไม่น่ากิน หรือเสื่อมคุณภาพได้ดังนั้นจะต้องมีบรรจุภัณฑ์ที่สามารถสนองความต้องการของตัวสินค้าได้

นอกจากความเสียหายที่เกิดจากสาเหตุหลักทั้ง  2  ประการตามที่กล่าวมาแล้ว สิ่งที่สามารถจะทำให้สินค้าเสียหายได้อีกอย่างหนึ่งคือ คน (ทดสอบคุณภาพของสินค้าด้วยการ บีบ แกะ จิ้ม ดม เป็นต้น) สัตว์ และแมลง (กัด กิน เจาะ ทำลาย) ตลอดจนฝุ่นละอองที่เข้าไปจับติดปนเปื้อนกับสินค้าโดยเฉพาะสินค้าประเภทอาหาร

                  ดังนั้นความต้องการของตัวสินค้าที่จะอยู่โดยสภาพที่ไม่เสียหายตั้งแต่โรงงานผลิตจนถึงมือผู้บริโภคได้นั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งยวดที่ตัวสินค้าต้องการ เมื่อสภาวะรอบตัวไม่เหมาะสม กับความอยู่รอดปลอดภัยแล้วสินค้านั้นก็ไม่สามารถที่จะอยู่ในสภาพที่จำหน่ายได้ ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อยอดขายและการผลิต ตลอดจนการ      ลงทุนที่ไม่ประสบผลสำเร็จอีกต่อไป

                  ตัวอย่างการเลือกใช้วัสดุบรรจุภัณฑ์ให้เหมาะสมกับสินค้า

 

ตัวอย่างที่ 1

                  ตัวสินค้าที่เป็นแก้วที่มีราคาแพงต้องการบรรจุภัณฑ์ที่เห็นตัวสินค้า และต้องการขนส่งสินค้าตัวดังกล่าวไปต่างประเทศ ในกรณีนี้จะต้องดำเนินการเลือกวัสดุที่ใช้ทำบรรจุภัณฑ์ และชนิดของวัสดุที่ควรนำมาใช้ได้แก่กระดาษลูกฟูก และพลาสติกใส เหตุผลของการเลือกใช้กระดาษลูกฟูกเพราะ กระดาษลูกฟูกจะสามารถป้องกัน การแตกหักที่เกิดจากแรงกระแทกในระหว่างขนส่งด้วยพาหนะประเภท รถไฟ รถยนต์ เรือ และเครื่องบิน แรงกระแทกนี้เรียกว่าแรงกระแทกในแนวราบ  การชนกันหรือการตกกระทบกันในแนวดิ่ง เกิดจากการโยน การยกผลิตภัณฑ์ และการตกลงสู่พื้นดินการยุบตัวเนื่องจากการวางซ้อน การค้ำยัน การยกที่ไม่เหมาะสม จะเกิดแรงกดดันทำให้เกิดการแตกหักเสียหายได้

                  ส่วนพลาสติกใสเหตุผลของการเลือกใช้เพราะต้องการให้เห็นตัวสินค้าทื่บรรจุอยู่ภายใน ซึ่งแสดงได้ดังรูปต่อไปนี้

 

 

รูปที่ 2.9  การเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ชนิดกระดาษลูกฟูกในการบรรจุสินค้า

                  ลักษณะของตัวสินค้าที่เป็นแก้วครอบดอกไม้อบแห้ง ซึ่งในการออกแบบบรรจุภัณฑ์จะต้องทำหน้าที่ที่สำคัญคือ การปกป้องคุ้มครองไม่ให้ตัวสินค้าเกิดการแตกหักเสียหายในระหว่างขนส่งอันเกิดจากแรงกระทำจากภายนอก

 

ภาพที่ 2.10  การบรรจุสินค้าลงในบรรจุภัณฑ์

                       แสดงการบรรจุสินค้า ลักษณะของตัวสินค้าที่เป็นแก้วครอบดอกไม้อบแห้ง    ถูกบรรจุลงในบรรจุภัณฑ์ที่เป็นกล่องกระดาษลูกฟูกที่เจาะหน้าต่างแสดงให้เห็นตัวสินค้า

 

 

ภาพที่ 2.11  สินค้าที่บรรจุลงในบรรจุภัณฑ์พร้อมที่จะขนย้าย

                  ลักษณะของตัวสินค้าที่เป็นแก้วครอบดอกไม้อบแห้ง ที่บรรจุลงในบรรจุภัณฑ์เพื่อการจัดจำหน่ายที่พร้อมที่จะขนย้าย

 

ตัวอย่างที่ 2

                  ตัวสินค้าที่เป็นอาหารคือหมี่กรอบ บรรจุภัณฑ์ควรเป็นดังนี้

 

 

ภาพที่ 2.12  การเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ชนิดซองเมทัลไลท์ในการบรรจุสินค้า

 

                  1. บรรจุซองเมทัลไลท์ชั้นในที่ป้องกันอากาศไม่ให้เข้าไปถูกกับตัวผลิตภัณฑ์         

                                  

 

ภาพที่ 2.13  บรรจุภัณฑ์ชั้นนอก

                  2. กล่องกระดาษชั้นนอกพิมพ์สี่สีออฟเซท

 

กิจกรรมที่ 2.2

                           ให้นักศึกษาเติมข้อความในช่องว่างให้สมบูรณ์

                  1.1. สาเหตุความเสียหายซึ่งเกิดกับผลิตภัณฑ์มีกี่ลักษณะ ............................

                  1.2.  การชำรุดที่เกิดจากการเคลื่อนย้าย    การเก็บรักษา      การจำหน่ายสินค้านั้นนับเป็นการเสียหายทาง..............................

                  1.3.  อาหารบูดเน่าเสียหายเกิดเชื้อรา  เกิดกลิ่นเหม็น-หืน   ความกรอบ     ตลอดจนรสชาติของอาหาร นับเป็นการเสียหายทาง..................................